logo
Facebook Twitter Google plus Line
รีวิว Mr. Holmes (2015)
Post by : monnyboy   Date : 11 ส.ค. 60 09:08   Views : 4
Facebook Twitter Google plus Line
รีวิว Mr. Holmes (2015)




พูดแบบไม่อ้อมค้อมครับว่าใครไม่ชอบหนังที่เดินเรื่องช้าแบบกินบรรยากาศไปเรื่อยๆ และไม่มีจุดเร่งเร้าที่ชัดเจนแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้อาจเข้าข่ายน่าเบื่อสำหรับท่านได้ครับ

แม้หนังจะว่าด้วยเชอร์ล็อก โฮล์มส์ และว่าด้วยการสืบคดีก็ตาม แต่มันไม่ได้มีความเร้าใจอะไรครับ การเดินเรื่องก็เป็นแบบหนังดราม่า ซึ่งส่วนสำคัญก็เพราะโฮล์มส์ฉบับนี้เป็นโฮล์มส์วัยไม้ใกล้ฝั่ง การสืบและเรื่องราวเลยปราศจากความโลดโผนหรือตื่นเต้น

โฮล์มส์ (Ian McKellen) ในหนังเรื่องนี้ก็คือคนชราวัยเกษียณที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านแถบชนบท วันๆ ก็เลี้ยงผึ้งไปเรื่อยๆ และกินอาหารให้ครบมื้อ โดยมี 2 แม่ลูก (Laura Linney และ Milo Parker) ช่วยดูแลความเป็นอยู่

ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าการเดินเรื่องที่ช้า (บางช่วงถึงขั้นอืด) อาจทำให้หลายคนดูหนังเรื่องนี้ไม่จบ อย่างผมเองก็ยอมรับครับว่าต้องใช้ความอดทนไม่น้อยในตอนต้นของเรื่อง ยังดีที่ได้การแสดงของ McKellen มาดึงความสนใจไว้ ซึ่งเขาก็สวมบทนักสืบคนเก่งได้อย่างพอเหมาะครับ


โฮล์มส์ในแบบ McKellen นั้นยังแสดงให้เราเห็นถึงความสามารถในการสังเกตและการนุมานขั้นเทพตามแบบฉบับของตัวละครนี้ ตามด้วยบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร มีทั้งมุมกวนและมุมน่ารัก เพียงแต่ตอนนี้เขาเป็นคนแก่น่ะครับ บุคลิกเลยจะไม่จัดจ้านเหมือนตอนอื่นๆ แต่ก็ยังเป็นโฮล์มส์อยู่

อีกจุดหนึ่งที่ดึงดูดให้ผมดูต่อในตอนต้นคือโลเกชั่นชนบทแถบซัสเซกซ์ ทั้งต้นไม้ใบหญ้าและหน้าผาริมทะเลที่ดูสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ กับบ้านเรือนเรียบง่ายที่แฝงความคลาสสิก อะไรเหล่านี้ถือเป็นอาหารตาที่เสริมบรรยากาศให้กับหนังได้อย่างดีครับ

ในแง่ความน่าติดตามนั้น ตอนต้นยังไม่เท่าไร แม้จะมีการทิ้งปมบางอย่างไว้ให้คนดูสงสัย แต่การทิ้งปมที่ว่านี้จะไม่ใช่ปมแบบที่เห็นโต้งๆ ทว่าเป็นปมที่เราต้องคอยสังเกตและพิจารณาไม่ว่าจะท่าทางแปลกๆ ของตัวละคร หรือแม้แต่ตัวโฮล์มส์เองก็ยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่น่าสงสัย ชวนให้อยากรู้ว่ามันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่

ลึกๆ เหมือนหนังจะพยายามทดสอบความเป็นแฟนโฮล์มส์ของผู้ชมเหมือนกันนะครับ ประมาณว่าเดินเรื่องเรื่อยๆ แต่ระหว่างความเรื่อยนั้นก็มีจุดผิดสังเกตที่หากใครชอบอนุมานหรือวิเคราะห์ก็น่าจะเตะตาเข้าสักอย่างหนึ่ง เหมือนๆ จะวัดว่าคนดูอย่างเราๆ ติดโรคช่างสังเกตจากโฮล์มส์มามากน้อยแค่ไหนนั่นเอง 555


ความน่าติดตามจะเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังครับ แต่ที่บอกว่าเพิ่มขึ้นในที่นี้คือเพิ่มจากตอนต้น แต่มันก็ไม่ได้หวือหวาหรือลุ้นเร้าใจอยู่ดี ทว่าหากเราไม่มองในเชิงความลุ้นระทึกตามสไตล์หนังสืบสวน แต่มองเป็นหนังดราม่าบั้นปลายของโฮล์มส์ที่ใช้สมองไขปริศนาคาใจ คอหนังหลายๆ คนก็อาจพบว่ามันก็มีอะไรน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

เอาเข้าจริงคดีในหนังนั้นมีถึง 3 คดีเลยนะครับ ไม่ว่าจะคดีเกี่ยวกับผึ้ง, คดีในอดีตที่โฮล์มส์ยังคาใจ และคดีที่ญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละคดีนั้นอาจไม่ได้มีความหวือหวา แต่มันมีคุณค่าสำหรับผู้ชมครับ มันทำให้เรารู้จักโฮล์มส์มากขึ้น มันสะท้อนแง่มุมความโดดเดี่ยวและแง่มุมทางความคิดของโฮล์มส์มากขึ้น

หนังกำกับโดย Bill Condon ที่ล่าสุดมีผลงาน Beauty and the Beast ฉบับคนแสดง สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าเขาทำออกมาได้ไม่เลวครับ จริงๆ หนังมีประเด็นน่าสนใจหลายอย่างและจะว่าไปหนังก็สามารถแจกแจงสาระของแต่ละประเด็นได้ดีในระดับหนึ่ง แต่มันขาดพลังความน่าติดตามไป เลยทำให้หนังเรื่องนี้แม้จะจัดได้ว่าดี แต่ก็ยังดีได้อีกเยอะ

ผมชอบฉากจบของหนังครับ มันสื่อความหมายอะไรได้ดีมาก โดยเฉพาะสำหรับแฟนเชอร์ล็อก โฮล์มส์แล้ว นี่ถือเป็นฉากจบที่ไม่ใช่แค่สรุปเรื่องราวในหนัง แต่ยังสรุปแบบปิดฉากเรื่องราวของโฮล์มส์ได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งลึกๆ ผมก็ยังเสียดายอยู่ครับ เพราะถ้าหนังทำได้มีพลังมากกว่านี้ ตอนจบคงเป็นอะไรที่พีคมากๆ เลยล่ะ

เอาเป็นว่าหนังเหมาะสำหรับแฟนพันธฺุ์แท้ของโฮล์มส์ครับ ส่วนใครชอบโฮล์มส์แบบเอามันส์หรือแบบหวือหวาล่ะก็ บอกได้ว่าไม่ใช่กับเรื่องนี้ครับ

คะแนนความชอบ 7/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

ขอบคุณข้อมูลจาก:bktube.net

แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ข่าวล่าสุด
17 ส.ค. 60 16:08
17 ส.ค. 60 16:08
17 ส.ค. 60 16:08
17 ส.ค. 60 16:08
17 ส.ค. 60 07:08
17 ส.ค. 60 07:08