logo
Facebook Twitter Google plus Line
รีวิว The Garden of Words (2013) ยามสายฝนโปรยปราย
Post by : monnyboy   Date : 12 ส.ค. 60 09:08   Views : 10
Facebook Twitter Google plus Line
รีวิว The Garden of Words (2013) ยามสายฝนโปรยปราย




นี่คือแอนิเมชั่นที่ผมดูอย่างมีความสุขครับ แม้เนื้อหามันจะระคนผสมกันระหว่างสุขกับเศร้า เคล้าความวุ่นวายของโลกแห่งสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน... แต่กระนั้นมันก็ยังสวยงาม

เรื่องของทาคาโอะ นักเรียนหนุ่มวัย 15 ปีผู้มีความฝันจะออกแบบรองเท้า แต่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจในอะไรหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเรื่องชีวิตและวิถีที่ตนต้องเลือก เขาเลยมักจะโดดเรียนไปนั่งเล่นที่ศาลาในสวนสาธารณะแถวชินจูกุ

และที่ศาลานั้นเขาได้พบกับหญิงสาวอายุประมาณ 27 ปีมานั่งดื่มเบียร์ ตอนแรกพวกเขาก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กัน แต่พอเวลาผ่านไป พอพวกเขาได้เจอกันบ่อยครั้งเข้าในสถานที่เดิมๆ สายสัมพันธ์ก็เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางสายฝน

สิ่งแรกที่จู่โจมความรู้สึกผมคือภาพครับ ภาพงดงามมากๆ ต้องบอกว่าผมเป็นคนชอบดูภาพธรรมชาติอยู่แล้ว มาเจอภาพต้นไม้ใบหญ้าและห้วงน้ำในเรื่องนี่มันเลยโดนแบบจังๆ เพราะมันสวยจริงๆ ซึ่งลองว่าคนทำเรื่องนี้คือ Makoto Shinkai มันก็บอกอะไรได้อย่างมากมายแล้ว


โดยส่วนตัวผมมองว่า Shinkai เป็นคนจับจังหวะของภาพมาถ่ายทอดได้อย่างเป็นธรรมชาติ มันคือจุดตัดระหว่างภาพจริงกับภาพวาด อารมณ์ที่ได้ของแต่ละภาพมันจะมีความจริงเป็นแกนหลัก แล้วก็มีมิติแห่งจินตนาการและความฝันโอบล้อมเอาไว้อีกชั้น

การดูภาพวาดของ Shinkai เลยมักจะทำให้เราสัมผัสได้ถึงอารมณ์จริงของภาพนั้นๆ เจือด้วยอารมณ์แอนิเมชั่นซึ่งถือเป็นอะไรที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ น่ะครับ เพราะภาพแอนิเมชั่นส่วนใหญ่ที่เราได้ดูก็จะมี 2 ขั้ว ขั้วแรกคือจะดูเป็นแอนิเมชั่นนำเราออกจากโลกความจริงไปเลย เช่น หนังแอนิเมชั่นวาดมือแบบ DIsney หรือแอนิเมชั่นแบบ Pixar

ส่วนอีกขั้วก็จะเป็นภาพที่พยายามให้มันดูเหมือนจริงที่สุด แต่เอาเข้าจริงแล้ว ลึกๆ เราก็รู้ว่ามันคือภาพแอนิเมชั่นหรือ CG อย่างพวก Final Fantasy: the Spirit Within เป็นต้น หรือกระทั่งที่ CG ที่พยายามสร้างภาพคนขึ้นมา ยังไงประสาทรับรู้ของเราก็บอกอยู่ลึกๆ น่ะครับว่ามันไม่ใช่ภาพจริง

แต่สิ่งที่ Shinkai ทำ คือการผสานเอาจุดเด่นของทั้ง 2 โลกเข้ามาไว้ด้วยกัน เขาไม่พยายามวาดให้มันไปทางขั้วใดขั้วหนึ่งแบบเต็มๆ แต่พยายามประสาน 2 ขั้ว 2 โลกมาไว้ในภาพเดียว มันเลยกลายเป็นว่าภาพที่เห็นมันไม่ขัดต่อการรับรู้ของเรา และมันตอบโจทย์ในความรู้สึกของเราได้ทั้ง 2 ขั้ว


เราจะไม่รู้สึกว่าภาพมันดูการ์ตู๊นการ์ตูนเพราะมันก็มีอารมณ์ของภาพจริงเจืออยู่พอได้รส แต่เราก็จะไม่มีคำถามในแย้งขึ้นมาจิตส่วนลึกว่า “ทำไมภาพมันดูไม่เหมือนจริงทั้งหมด” เพราะภาพมันก็เหมือนบอกเราด้วยตัวเองอยู่แล้วว่ามันคือแอนิเมชั่น ไม่ได้มุ่งหมายให้เหมือนจริงแบบเต็มร้อย

ในแง่เนื้อหา พล็อตอาจดูน้ำเน่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องน้ำเน่าแบบนี้เกิดขึ้นรอบตัวเรา คนเราย่อมมีวาระที่สับสน วาระที่เจอปัญหารุมเร้า วาระที่โดนโดดเดี่ยวจากกลุ่มหรือสังคม หากจะมองในเชิงดราม่าก็มองได้ครับ แต่เอาเข้าจริงแล้วมันก็คือธรรมชาติ มันคือวิถีแห่งการดำรงชีวิตดุจเดียวกับสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่มีการแก่งแย่งและสับสนเกิดขึ้นเสมอ

แต่ยังดีครับที่เราคือมนุษย์ เรายังมีทักษะในการเข้าใจสิ่งรอบตัว เรายังมีความห่วงใย เรายังมีความรู้สึก แต่น่าเสียดายที่คนจำนวนมากละเลยทักษะนี้ ทำให้ตนเองไม่ต่างจากสัตว์ที่หมายจะทำร้ายชีวิตอื่น หรือแสดงออกแต่ความเห็นแก่ตัวเพียงอย่างเดียว

คนคือสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่คนก็ไม่ใช่สัตว์เพียงอย่างเดียว เรามีลักษณะเฉพาะ เราสามารถเห็นใจกันและกันได้ เราสามารถโอบอ้อมอารีหรือมอบความรักให้กับคนอื่นได้ ซึ่งความสวยงามอย่างยิ่งของหนังก็เกิดจากการที่เราได้เห็นมิตินั้นเกิดขึ้นระหว่างคนด้วยกัน


The Garden of Words เป็นแอนิเมชั่นที่มีความสวยงามในด้านภาพจนผมอดไม่ได้ที่จะเอามาดูซ้ำ และสำหรับในแง่เนื้อเรื่องแล้ว ส่วนหนึ่งของเรื่องอาจทำให้เราเห็นในด้านมืดหรือด้านที่น่ารำคาญของมนุษย์ แต่ถึงที่สุดแล้วหนังก็ไม่ลืมสาระสำคัญ ไม่ลืมเผยด้านความงดงามแห่งความสัมพันธ์ของมนุษย์

ธรรมชาติมีวิธีดูแลเกื้อกูลกัน เช่นฝนหยดลงมาประพรมต้นไม้... และมนุษย์ก็มีวิธีเกื้อกูลต่อกันเช่นกัน ขึ้นกับเราว่าจะทำมันหรือไม่เท่านั้นเอง

คะแนนความชอบ 7.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ


ขอบคุณข้อมูลจาก:bktube.net

แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ข่าวล่าสุด
17 ส.ค. 60 16:08
17 ส.ค. 60 16:08
17 ส.ค. 60 16:08
17 ส.ค. 60 16:08
17 ส.ค. 60 07:08
17 ส.ค. 60 07:08