Facebook Twitter Google plus Line
Money Monster (2016) เกมการเงิน นรกออนแอร์ (แบบสปอยล์ ตอนจบ)
Post by : monnyboy   Date : 12 ก.ย. 60 06:09   Views : 36
Facebook Twitter Google plus Line
Money Monster (2016) เกมการเงิน นรกออนแอร์ (แบบสปอยล์ ตอนจบ)



การตั้งคำถามของไคล์เลยถือเป็นอะไรที่ตรงจุดครับ เมื่อถึงจุดหนึ่งแม้แต่ลีเองก็ยังเห็นใจและอยากรู้เหมือนกันว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น อันนำมาสู่อีกประเด็นที่ว่าส่วนหนึ่งที่ปัญหามันหมักหมม ก็เพราะ “สื่อไม่ทำหน้าที่สื่ออย่างแท้จริง”

ผมเชื่อว่าคุณประโยชน์แท้ๆ ของสื่อ คือการตรวจสอบสังคม การเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน, การกล้าตั้งคำถามต่อทุกฝ่ายที่ก่อปัญหา และบางครั้งก็อาจต้องพยายามนำเสนอปัญหาที่สำคัญ แม้คนทั้งโลกไม่สนใจก็ตาม แต่ก็ต้องพยายามเสนอจนกว่าคนจะเห็น เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหามันลุกลาม


แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าสื่อแบบนั้นก็คงเหนื่อยนะ… พวกสื่อที่พยายามตีแผ่ความจริงน่ะ ส่วนใหญ่คนไม่สนหรอก แต่พวกเขาจะพาหันไปดูละคร ดูข่าวดราม่า ดูว่าดวงจะเป็นไงมากกว่า ซึ่งจริงๆ ถ้าสื่อรวมพลังกันนำเสนอในทางเดียว มันก็คงเกิดพลังน่ะนะครับ อย่างถ้าทุกช่องกระพือโหมปัญหาให้คนตื่น คนมันก็ต้องตื่นกันบ้างล่ะ

แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่สื่อจะรวมพลังแบบนั้นได้ เพราะไม่ใช่ “คนเบื้องหลังสื่อ” ทุกคนที่จะเล็งไปที่ประโยชน์ของคนส่วนมาก โปรดิวเซอร์บางคนก็เข้ามาเพื่อโกยเงินก็มีครับ ดังนั้นก็ทำข่าวทำรายการที่มันตอบโจทย์ดราม่าของคนสิ ทำข่าวแรงๆ ทำข่าวฉาวๆ เสิร์ฟของที่คนส่วนมากชอบถึงปาก แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งสื่อที่พยายามนำเสนออะไรดีๆ (แต่ไม่มีคนสน) ก็จะตายไปเอง หรือไม่ก็กลายพันธุ์มาเป็นสื่อเชิงพานิชย์

MO010

อย่างในเรื่อง เราก็จะเห็นลีที่สนุกกับบทบาทสื่อที่เร้าอารมณ์ให้คนซื้อหุ้น เหลิงกับความเป็นกูรูของตน ยิ่งคนฟังมากยิ่งชอบ ยิ่งคนเชื่อมากยิ่งแกรนด์ ซึ่งในแง่หนึ่งมันก็สร้างประโยชน์ให้คนดูนะ มันทำให้หลายคนรวยขึ้น

แต่ประเด็นคือลีและทีมงานลืมที่จะสืบค้นข้อมูลให้ครบทุกด้าน ทำหน้าที่สื่อไม่ครบมุม จริงที่การที่หุ้นตกอาจไม่ใช่ความผิดของรายการ Money Monster แต่ลีก็มีส่วนผิดที่หลับหูหลับตาเหลิงไปกับการทำกำไรหรือตัวเลขสวยๆ กระดานกับเอกสาร โดยไม่ช่วยระวังภัยให้ หรือไม่ค่อยจะให้ “สติ” กับคนเล่นหุ้นที่ดูรายการเขาอยู่

นั่นคือสื่อแบบที่ทุกวันนี้มักจะเป็นกันครับ กลัวคนดูไม่ชอบ กลัวเรตติ้งไม่งาม เหมือนพ่อแม่ที่ตามใจลูก อยากดูอะไรก็ดู อยากได้อะไรก็ได้ และไม่ยอมสอนหรือเสนอสิ่งที่มันจำเป็นหรือสำคัญต่อชีวิตจริงๆ เหมือนลูกไม่กินผัก เราก็ตามใจ ไม่กินผักก็ไม่กิน อยากกินลูกอม ของหวาน ก็จัดไป ผักไม่ต้องก็ได้…

แต่การทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ สักวันก็จะเข้าอีหรอบพ่อแม่รังแกฉัน ซึ่งสำหรับกรณีของสื่อนี้ก็คงต้องใช้คำว่า “สื่อรังแกฉัน” แต่ถ้าให้ว่ากันตรงๆ สื่อไม่ได้รังแกอย่างเดียวหรอกครับ เราเองนั่นแหละที่มีส่วนรังแกหรือ “ละเลย” ตัวเองจนถ้าเกิดปัญหา ก็เพราะเรานั่นแหละครับที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก สำหรับการ “ตามใจตัวเอง” อย่างเป็นทางการ

MO011

ถ้าลองมองดีๆ จะพบว่าแต่ละประเด็นมันคาบเกี่ยวกันหมด ซึ่งก็ถูกแล้วล่ะครับ เพราะสังคมมันคือผลรวมขององค์ประกอบต่างๆ ที่มาอยู่ร่วมกัน คนมีผลต่อสื่อ สื่อมีผลต่อเศรษฐกิจ เศรษฐกิจมีผลต่อวิถีชีวิต วิถีชีวิตคนหนึ่งก็มีผลต่ออีกคนหนึ่ง ฯลฯ แต่ประเด็นคือตอนนี้สังคมมันออกแนวส่งเสริมในทางสร้างสรรค์ต่อกัน หรือมันยุ่งเหยิงและสะสมปัญหากันแน่?

ฉากหนึ่งที่ผมชอบคือตอนที่ลีพยายามพูดโน้มน้าวให้คนช่วยชีวิตเขาผ่านการซื้อหุ้น แล้วพอผลลัพธ์ออกมาก็ทำเอาลีอึ้งน่ะครับ เพราะนอกจากคนไม่ช่วยซื้อแล้ว ยังมีคนขายทิ้งเยอะขึ้นด้วย จนไคล์พูดออกมาประมาณว่า ก็รายการของคุณมันเป็นรายการที่ชี้นำให้คนเล็งคุณค่าไปที่เงินนี่หน่า เขาไม่สนใจเรื่องชีวิตกันหรอก

ว่าแต่ทุกวันนี้ สังคมถูกชี้นำไปในทางไหน? จริงๆ ถ้าอยากรู้ก็ไม่อยากนะครับ หันซ้ายหันขวาดูสิ่งที่สังคมเราเป็นดีๆ ก็ได้คำตอบคร่าวๆ แล้วล่ะ

Money Monster อาจไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบครับ แต่ผมชอบเพราะดาราที่มาแสดงก็เป็นคนโปรด การนำเสนอเล่าเรื่องก็ถือว่าน่าติดตามและชวนตื่นเต้นให้หลายๆ ช่วง และที่ชอบมากคือประเด็นที่หนังนำเสนอ แม้มันจะไม่ได้ลึกหรือซึ้งอะไรแบบสุดๆ แต่ก็ถือเป็นการจุดประเด็นที่ชวนคิด (และจริงๆ ผมว่าประเด็นเหล่านี้ก็สมควรแก่การคิดอยู่ไม่น้อย)

หนังกำกับโดย Jodie Foster ดาราออสการ์ที่หลังๆ ผันไปกำกับซะบ่อย ซึ่งดูแล้วก็ไม่ผิดหวังครับ และคาดว่าผมคงเอามาดูอีกหลายรอบแน่ๆ

คะแนนความชอบ 8/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

MO012


ขอบคุณข้อมูลจาก:.bktube.net

 

แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ข่าวล่าสุด
22 ก.ย. 60 07:09
22 ก.ย. 60 07:09
22 ก.ย. 60 07:09
22 ก.ย. 60 07:09
22 ก.ย. 60 06:00
22 ก.ย. 60 06:00