Facebook Twitter Google plus Line
แชร์รัวๆ!! 20 ประโยชน์อันน่าเหลือเชื่อ จากการดื่มกาแฟ
Post by : monnyboy   Date : 12 ม.ค. 61 07:01   Views : 5,965
Facebook Twitter Google plus Line
แชร์รัวๆ!! 20 ประโยชน์อันน่าเหลือเชื่อ จากการดื่มกาแฟ
ใครๆก็บอกว่าใน“กาแฟมีคาเฟอีน”ซึ่งเป็นสารที่หากได้รับในปริมาณที่มากจนเกินไปก็อาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้แต่คอกาแฟอย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปนะคะเพราะมีผลวิจัยจากหลายๆสถาบันได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของประโยชน์อันน่าเหลือเชื่อของกาแฟกันออกมาแล้วค่ะ





และน่าจะช่วยทำให้คนติดกาแฟยิ้มแก้มแทบปริกันบ้างเนอะเพราะเรามี20ประโยชน์ดีๆจากการดื่มกาแฟมาให้บอกกันค่ะแต่เราขอบอกก่อนนะว่าถึงกาแฟจะมีประโยชน์แต่มันก็ยังมีโทษอีกด้วยนะดังนั้นเราควรที่ะดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมจำกัดครีมเทียมนมและน้ำตาลอย่างเหมาะสมก็สร้างประโยชน์ดีๆให้ร่างกายเราไม่เบาเลยเชียวนะลองมาอ่านกันเลยค่ะ

1.ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจในผู้หญิง25%งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยของสเปนพบว่า“ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ2–3แก้วต่อวันมีอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มและผู้ชายถึง25%เลยทีเดียว”

2.ลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน60%กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระและยังมีสารประกอบที่เรียกว่า“ควินิน(Quinines)”ที่ช่วยให้ร่างกายสามารถผลิตอินซูลินได้ดียิ่งขึ้น

3.ลดอัตราการเกิดภาวะโรคความจำเสื่อม65%จากการวิจัยพบว่า“กาแฟมีส่วนช่วยในการชะลอภาวะความจำเสื่อมโดยไปหยุดยั้งหรือต้านการจับตัวของคอเรสเตอรอล(Cholesterol)ที่เป็นผลเสียต่อร่างกายได้”

4.ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่50%จากการศึกษาถึง12ปีกับผู้หญิงในญี่ปุ่นพบว่า“คนที่ดื่มกาแฟ3แก้วหรือมากกว่าต่อวันมีแนวโน้มในการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่”

5.ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากจากการศึกษากับผู้ชายจำนวน50,000คนเป็นเวลา20ปีพบว่าคนที่ดื่มกาแฟ6แก้วต่อวันจะมีอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม

6.ลดความเสี่ยงของการเป็นอัลไซเมอร์(Alzheimer)65%จากการศึกษากับคนวัยกลางคนในประเทศฟินแลนด์จำนวน1,400คนพบว่าคนที่ดื่มกาแฟ5ถ้วยต่อวันสามารถลดอัตราเสี่ยงของการเป็นอัลไซเมอร์65%



7.ลดความเสี่ยงของการเป็นตับแข็ง80%จากการศึกษากับผู้ดื่มกาแฟจำนวน125,000คนพบว่า“การดื่มกาแฟ1แก้วต่อวันทำให้ความเสี่ยงต่อการเป็นตับแข็งลดลง20%ถ้าดื่ม4แก้วต่อวันจะลดอัตราเสี่ยงได้80%”

8.ลดความเสี่ยงของการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี50%ผู้ชายที่ดื่มกาแฟอย่างน้อย2แก้วต่อวันมีแนวโน้มในการลดอัตราเสี่ยงของการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี40%,25%สำหรับผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในปริมาณที่เท่ากันและ45%สำหรับคนที่ดื่มมากกว่า 4แก้วต่อวัน

9.ลดความเสี่ยงของการเกิดการอุดตันในเส้นเลือดในผู้หญิง43%จากการศึกษากับนางพยาบาลจำนวน83,000คนที่ไม่เคยสูบบุหรี่และดื่มกาแฟ4แก้วต่อวันสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดการอุดตันในเส้นเลือด43%

10.ลดความเสี่ยงของการเกิดอาการสั่นของอวัยวะจากระบบปราสาทได้

11.ลดอัตราเสี่ยงในการฆ่าตัวตายของผู้หญิง60%จากการศึกษาเป็นเวลา10ปีกับผู้หญิงจำนวน86,000คนพบว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ2แก้วต่อวันสามารถลดอัตราเสี่ยงในการฆ่าตัวตายของ60%

12.กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยซ่อมแซมเซลต่ล์างๆในร่างกายที่ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระได้ด้วยนะ

13.กาแฟช่วยให้เรารู้สึกไม่ง่วงและตื่นตัวอยู่ตลอด

14.กาแฟช่วยลดความอาการหนาวได้เนื่องจากมีคาเฟอีน(caffeine)

15.ช่วยทำให้เราไม่เป็นโรคหืดหรือสำหรับคนที่มีอาการนี้อยู่ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้(โรคหืด>>เป็นการอักเสบเรื้อรังของทางเดินอากาศหายใจที่พบบ่อยลักษณะคือมีอาการหลายอย่างแบบซ้ำๆมีการอุดกั้นทางเดินอากาศหายใจและหลอดลมหดเกร็งแบบย้อนกลับได้อาการทั่วไปมีเสียงหวีดไอแน่นหน้าอกและหายใจกระชั้น)

16.ลดอาการปวดหัวบ่อยครั้งที่คาเฟอีน(caffeine)ถูกใช้เป็นยาแก้ปวดหัวโดยเฉพาะอาการปวดหัวจากไมเกรน(migraine)

17.บรรเทาอาการปวดการดื่มกาแฟ2แก้วอาจช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกายได้ประมาณ58%ยาแก้ปวดหลายประเภทมีการผสมคาเฟอีน(caffeine)65mgเช่นaspirin,ibuprofen,acetaminophenและคาเฟอีน(caffeine)สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้40%

18.ช่วยทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้นคาเฟอีน(caffeine)ที่ดื่มเข้าไปจะช่วยคลายความเครียดและทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้น

19.ช่วยให้ความสามารถทางการกีฬาสูงขึ้นเพราะคาเฟอีน(caffeine)มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ

20.ป้องกันฟันผุสารประกอบที่มีชื่อว่าTrigonellineซึ่งเป็นสารที่ทำให้กาแฟมีกลิ่นหอมและรสขมมีประสิทธิภาพช่วยป้องกันแบคทีเรียและการก่อตัวของแบคทีเรียโดยเหตุผลนี้กาแฟจึงช่วยป้องกันฟันผุได้

คอกาแฟที่กลัวผลกระทบจากคาเฟอีนได้รู้อย่างนี้แล้วคงสบายใจขึ้นใช่ไหมคะแต่อย่างไรก็ดีเพื่อสุขภาพก็ควรดื่มกาแฟที่มีส่วนผสมของน้ำตาลนมและครีมเทียมน้อยๆเพื่อลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆและที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการด้วยนะคะ>_<


ขอบคุณข้อมูลจาก:health.campus-star

แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ