Facebook Twitter Google plus Line
เตือน!! วุ้นตาเสื่อม ภัยเงียบใกล้ตัวมนุษย์เงินเดือน
Post by : monnyboy   Date : 12 มี.ค. 61 06:03   Views : 5,806
Facebook Twitter Google plus Line
เตือน!! วุ้นตาเสื่อม ภัยเงียบใกล้ตัวมนุษย์เงินเดือน
ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของคนทำงานในเมืองยุคปัจจุบันที่ต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กันมากขึ้นประกอบกับสมัยนี้ยังมีสมาร์ทโฟนแท็บเล็ตออกมาใช้แพร่หลายไปทั่วเกิดเป็นค่านิยมสังคมก้มหน้าเสพติดเทคโนโลยีจนแทบไม่สนใจสิ่งรอบข้างนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านสุขภาพหลายอย่างหนึ่งในนั้นคือ“ภาวะน้ำวุ้นตาเสื่อม”ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน

วุ้นตาเสื่อมภัยเงียบใกล้ตัวมนุษย์เงินเดือน

ปกติแล้วในลูกตากลมๆของเราจะมีน้ำวุ้นตาเป็นสารใสคล้ายเจลอยู่ภายในลูกตาส่วนหลังคั่นกลางระหว่างเลนส์กับจอประสาทตาทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้แสงผ่านให้สารอาหารแก่จอประสาทตาและเซลล์ผนังลูกตาชั้นในและช่วยพยุงลูกตาให้คงรูปเป็นทรงกลมแต่เมื่อน้ำวุ้นตาเสื่อมลงจากลักษณะที่เป็นวุ้นกลายเป็นของเหลวเมื่อเรากลอกตาวุ้นเหล่านี้ก็จะกระเพื่อมจึงเห็นเหมือนมีเงาลอยไปมาซึ่งอาจมีรูปร่างแตกต่างกันหลายรูปแบบเช่นจุดเล็กๆคล้ายลูกน้ำวงกลมหรือเป็นเส้นๆคล้ายหยากไย่หากเป็นมากจะมีอาการเห็นแสงสว่างคล้ายสายฟ้าแลบและรู้สึกเหมือนขอบเขตการมองเห็นด้านข้างจะแคบลงเนื่องจากจอประสาทตาฉีกขาดหรือหลุดลอก

โรคนี้มักพบในผู้สูงอายุจากการเสื่อมตามธรรมชาติของเนื้อเยื่อแต่ก็มีภาวะบางอย่างที่ทำให้เป็นโรคนี้ได้เร็วทั้งที่อายุไม่มากเช่นสายตาสั้นมากๆเคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณศีรษะรวมถึงคนที่ต้องใช้สายตามากๆเป็นเวลานานอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะคนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์ทำงานบีบคั้นต้องจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์นานๆ


ศ.ดร.พิเชษฐ์วิริยะจิตราประธานและกรรมการผู้บริหารบริษัทเอเชียนไฟย์โตซูติคอลส์จำกัด(มหาชน)นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกผู้คิดค้นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุลจากสารสกัดธรรมชาติเพื่อถนอมดวงตากล่าวว่าจากการศึกษาของการแพทย์สาขาภูมิคุ้มกันวิทยาพบว่าสาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตารวมถึงอาการน้ำวุ้นในตาเสื่อมนั้นเกิดจากการที่เม็ดเลือดขาวในตัวเราสร้างสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ(Pro-imflammatorycytokines)มากเกินไปดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันและแก้ไขความผิดปกติเหล่านี้ก็คือการกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้ลดการหลั่งสารเหล่านี้ให้น้อยลงจนเข้าสู่ภาวะสมดุล

การวิจัยล่าสุดของคณะนักวิจัยของบริษัทเอเชียนฯได้ค้นพบนวัตกรรมชื่อว่า“APCOcapsule”และ“APCOessence”ที่สกัดจากพืชธรรมชาติ5ชนิดมังคุดงาดำถั่วเหลืองฝรั่งและบัวบกเมื่อนำมาเสริมฤทธิ์กันจะมีประสิทธิภาพในทำให้เม็ดเลือดขาวลดการหลั่งสารก่อการอักเสบลงโดยผลการทดสอบจากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชี้ว่าสารที่ก่ออาการอักเสบในเม็ดเลือดขาวมีอัตราลดลงอย่างเห็นได้ชัดดังนี้IL-1-betaลดลง6%,IL-3ลดลง27%,IL-17ลดลง45%,TNF-alphaลดลง93%และIFN-gammaลดลง10%จึงสามารถช่วยป้องกันและทำให้อาการน้ำในวุ้นตา

เสื่อมรวมถึงความผิดปกติอื่นๆที่เกิดขึ้นกับดวงตาดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่น อาการตาแห้งต้อกระจกต้อหินม่านตาอักเสบจอประสาทตาเสื่อมและความผิดปกติที่สืบเนื่องมาจากอาการแพ้ภูมิตัวเองเช่นเบาหวานขึ้นตาพังผืดที่ตาเป็นต้น

จากประสบการณ์ตรงของมนุษย์เงินเดือนที่เกิด“ภาวะน้ำวุ้นตาเสื่อม”คุณกนกพรศรีจันทร์เล่าให้ฟังว่ามีปัญหาวุ้นตาเสื่อมมาตั้งแต่อายุ40ปี“แรกๆจะเห็นเป็นหยากไย่ลอยไปมาและมีจุดดำๆ2-3จุดเวลากระพริบตาจะรู้สึกหนืดๆที่ดวงตาไปตรวจที่โรงพยาบาลหมอบอกว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาดหรือดีขึ้นได้มีแต่จะเสื่อมไปเรื่อยๆทำได้แต่คอยสังเกตอาการและบรรเทาอาการด้วยน้ำตาเทียมเท่านั้นเป็นแบบนี้มา13ปีแล้วไม่มียาหรืออะไรที่ช่วยได้เลย”

โรควุ้นตาเสื่อม(วุ้นตาหดลง)

“ตอนเป็นแรกๆอาการส่วนใหญ่แค่ทำให้รำคาญแต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตมากเท่าไหร่จนกระทั่งเป็นมากขึ้นมองเห็นจุดดำเพิ่มเป็นสิบๆจุดเต็มไปหมดและยังเห็นแสงแลบบ่อยขึ้นก็ยิ่งกลัวเพราะโรคนี้ถ้าเป็นรุนแรงจะมีสิทธิ์ที่จะตาบอดได้เหมือนกันเวลาอ่านหนังสือดูทีวีจะมีปัญหามากยิ่งเวลาออกแดดก็จะสู้แสงไม่ค่อยได้ด้วย”

ด้านคุณอภิญญาอุฬุมปานนท์เล่าว่ามีปัญหานี้เหมือนกันด้วยอาชีพนักบัญชีทำให้ต้องอยู่กับตัวเลขใช้คอมนานๆติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวันพอมาเป็นโรคนี้แล้วค่อนข้างลำบากมากมองอะไรก็ไม่ชัดแสบตาตลอดยิ่งเวลาขับรถโดยเฉพาะตอนกลางคืนจะทำแทบไม่ได้เลยเพราะจะแยกแสงไฟบนถนนไม่ได้ว่าเป็นแสงมาจากไหนหมอก็ได้แต่ให้หยอดน้ำเทียมบรรเทาอาการและแนะนำให้พักผ่อนมากๆและใช้สายตาให้น้อยลงซึ่งก็ทำได้ยากด้วยหน้าที่การงาน


ศ.ดร.พิเชษฐ์ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่าในภาวะทำงานที่หลีกเลี่ยงการใช้สายตาเป็นเวลานานๆได้ยากสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันภาวะน้ำวุ้นตาเสื่อมคือพักผ่อนให้เพียงพอทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ5หมู่และที่สำคัญต้องรู้จักใช้ดวงตาอย่างทะนุถนอมไม่ควรใช้สายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอนานๆอาจใช้วิธีพักสายตาด้วยการหลับตาสักครู่หรือปรับโฟกัสมองไกลๆบ้างร่วมกับการนวดคลึงเบาๆและไม่ควรละเลยการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำอย่างน้อยปีละ1ครั้งเพราะการตรวจพบตั้งแต่แรกเริ่มจะช่วยให้การดูแลรักษาทำได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาสามารถเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีณศูนย์รับปรึกษาปัญหาข้อเข่าเบาหวานและดวงตาถนนรัชดาภิเษกโทร1154


ขอบคุณข้อมูลจาก:/health.campus-star.
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ข่าวล่าสุด
16 มิ.ย. 61 19:06
16 มิ.ย. 61 16:06