Facebook Twitter Google plus Line
วิจารณ์หนัง.... Dawn of the Planet of the Apes : สงครามแห่งการค้นหาของความเป็นคนที่สมบูรณ์ !!
Post by : monnyboy   Date : 15 พ.ค. 61 12:05   Views : 699
Facebook Twitter Google plus Line
วิจารณ์หนัง....  Dawn of the Planet of the Apes : สงครามแห่งการค้นหาของความเป็นคนที่สมบูรณ์ !!




เข้าฉายในไทยกันแล้วสำหรับหนังซัมเมอร์ฟอร์มยักษ์อีกเรื่องของปีนี้ที่ดูท่าว่าจะเป็นหนังซัมเมอร์ที่ได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่องจริงๆเพราะจากคำวิจารณ์ที่เมืองนอกบอกกันมาต่างยกย่องให้เป็นพิภพวานรที่นอกจากจะดีกว่าภาคก่อนแล้วยังเป็นภาคต่อของหนังรีบู๊ตที่ดีเป็นอันดับต้นๆกันอีกด้วยทีเดียว

DawnofthePlanetoftheApesเรื่องราวในภาคนี้จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อประชากรลิงที่ได้รับการพัฒนายีนซึ่งนำโดยซีซาร์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นต่างถูกคุกคามจากกลุ่มมนุษย์ผู้รอดชีวิตจา­กไวรัสทำลายล้างที่มีการปล่อยออกมาเมื่อ10ปีก่อนสงครามพร้อมปะทุขึ้นทุกเมื่อแต่นั่นคือการพิสูจน์ให้เห็นถึงอายุขัยระย­ะสั้นทั้งสองฝ่ายต่างพร้อมทำสงครามที่จะเป็นการ­ตัดสินว่าสายพันธุ์ใดจะเป็นผู้ครองโลก

หนังเปลี่ยนจากผู้กำกับรูเพิร์ตไวแอทในภาคแรกมาเป็นผู้กำกับขวัญใจเด็กแนวอีกคนอย่างแม็ตต์รีฟเด็กปั้นของเจเจจากCloverfieldและหนังรีเมคเรื่องเยี่ยมอย่างLetMeInโดยในภาคDawnจะเป็นเรื่องราวที่เชื่อมต่อกับRiseซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเหตุการณ์คาบเกี่ยวก่อนการมาถึงPlanetoftheApesนั่นเองซึ่งทางด้านนักแสดงเจ้าพ่อโมแคปอย่างแอนดี้เซอร์กิสกลับมารับบทซีซ่าร์ลิงเจ้าฝูงนั่นเองโดยในภาคRiseไม่รู้ว่าใครหลายคนจะติดใจหนังด้วยเหตุผลอะไรแต่สิ่งที่หนังชุดนี้โดดเด่นสำหรับตัวผมมากๆคงหนีไม่พ้นการที่มันวิพากย์วิจารณ์ความเป็นคนในเรื่องไม่ว่าจะเป็นการวางตัวละครคนและลิงที่เหมือนเป็นการเปรียบเทียบถึงการต่อสู้กับวิวัฒนาการที่ด้อยกว่าของตนได้อย่างเข้มข้นซึ่งในภาคแรกเป็นเพราะมันยังต้องปูเรื่องอยู่มากมายจึงอาจจะทำให้ยังมีเวลาไม่พอในการพูดถึงเรื่องนี้



แต่พอการมาถึงของDawnต้องขอยอมรับเลยว่าผกก.แม๊ตต์รีฟ สามารถจับจุดแข็งและตัดจุดด้อยของหนังชุดนี้ออกได้ถูกจุดมากๆโดยสิ่งที่หนังชุดนี้ยังบอกอยู่เสมอคงไม่หนีพ้นถึงความเป็นสัตว์ในตัวของสิ่งมีชีวิตแม้แต่สัตว์ประเสิรฐที่เราเรียกว่ามนุษย์ที่มีพัฒนาการมาจากลิงก็ยังมีทั้งด้านดีด้านชั่วซึ่งสิ่งที่น่าสนใจมากๆของหนังภาคนี้คงหนีไม่พ้นการลุกขึ้นสู้ของกลุ่มวานรที่ถึงแม้จะขัดขืนความเป็นอยู่ของมนุษย์แต่ตัวเจ้าฝูงก็ยังแอบมีใช้ภาษาของมนุษย์สื่อสารกันซึ่งสื่อถึงการต่อต้านระหว่างการเอาชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ตนเองไม่ยอมรับ

โดยถึงแม้ว่ามันจะถูกจัดให้อยู่ในหมวดหนังซัมเมอร์ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนคงหวังที่จะเห็นฝูงลิงขึ้นมาฆ่าคนอย่างมันส์มือแต่ก็อย่าเพิ่งคิดไปไกลเพราะถึงแม้ว่าหนังจะมีฉากแอ็คชั่นอย่างที่ว่าเช่นนั้นจริงๆแต่มันก็ไม่ได้ฆ่ากันแบบไม่ลืมหูลืมตาเพราะนอกจากฉากแอ็คชั่นในภาคนี้จะโดดเด่นเพราะเนื่องด้วยการปูเรื่องที่เข้มข้นฉากความเป็นดราม่าที่มีให้เห็นในภาคแรกภาคนี้ก็ยังหยิบมาใช้ควบคู่ไปด้วยกันได้อย่างลงตัวอีกด้วยโดยเรียกได้ว่าถูกใจทั้งคนต้องการความตูมตามและดราม่ากันเลยทีเดียวซึ่งทางด้านนักแสดงอย่างแอนดี้เซอร์กิสก็ดูเหมือนจะถึงเวลาเสียทีที่จะได้เสนอเข้าชิงในรางวัลออสการ์ผ่านหน้าตาและการแสดงของเขา



ตรงข้ามกันกับทางด้านพระเอกคนใหม่อย่างเจสันคลาร์กที่ดูเหมือนว่าจะเป็นจุดด้อยของตัวหนังอยู่ประมาณนึงเพราะเนื่องด้วยตัวละครของเขาต้องแบกรับหนังไว้ไม่แพ้ตัวซีซ่าร์แต่เนื่องด้วยออร่าที่ยังดูเหมือนจะสู้พ่อเจมส์ฟรังโก้ไม่ได้จึงอาจจะยังไม่สามารถพาฉากดราม่าใหญ่ๆของเรื่องระหว่างความขัดแย้งมนุษย์และวานรผ่านไปได้ดีนัก

เช่นกันกับด้านระบบ3Dของหนังที่ถึงแม้จะถ่ายด้วยกล้อง3มิติแต่การเลือกช็อตของแม็ตต์รีฟดูเหมือนจะยังไม่ค่อยตอบสนองติ่งความเป็นมิติสักเท่าไหร่นักเอาเป็นว่าหนังหน่ะจัดได้ว่าเป็นภาคต่อที่เข้มข้นและดูสนุกแต่ดูเพียงระบบธรรมดาก็น่าจะได้อรรถรสไม่ต่างกันครับ

เรื่องนี้ผมให้8/10ครับ
ขอบคุณข้อมูล
ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง:www.youtube.com
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ