Facebook Twitter Google plus Line
วิจารณ์หนัง.... ทาสรักอสูร
Post by : monnyboy   Date : 15 พ.ค. 61 19:05   Views : 1,308
Facebook Twitter Google plus Line
วิจารณ์หนัง....  ทาสรักอสูร





มาแล้วกับหนังเรื่องล่าสุดของดาวตลกแห่งเมืองไทยอย่างหม่ำจ๊กม๊กที่มาคราวนี้เขายังคงควบหน้าที่กำกับเองแสดงเองกับหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแนวตบจูบของพี่เปี๊ยกพิศาลในทาสรักอสูรซึ่งจากตัวอย่างที่หลายคนได้เห็นไปแล้วก็คงจะพอมีหวังกับความฮาของหนังกันมาบ้างแหละนะ

จงลืมนิยายรักหฤโหดอันลือลั่นที่คุณเคยรู้จักเพราะว่าตลกหน้าเหลี่ยม“หม่ำจ๊กม๊ก”จะเปิดตำนานรักครั้งใหม่ที่ไม่เหมือนครั้ง­ไหนๆเมื่อเขาต้องรับบท“นายหัวชายเถื่อนไร้หัวใจ”ที่จะมาปะทะกับ“สาวเมืองกรุงแสนสวยแต่ขี้วีน”พิงกี้สาวิกา”ตำนานรักครั้งใหม่ของเจ้านายกับทาสผู้ถูกท­ำร้ายโดยไม่มีความผิดที่มีหัวใจเป็นเดิมพันกำลังจะถือกำเน­ิดขึ้นทั้งรักทั้งมันส์ทั้งฮาด้วยลีลาตบจูบ360องศาเมื่อนายหัวได้จับตัวคุณอูอี้มาเพื่อแก้แค้นกับสิ่งที่พ่อของเธอเคยทำไว้ในอดีตนั่นเอง




ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างตลกกับหนังของหม่ำจ๊กม๊กในยุคแรกๆอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทั้งพวกบอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยมหรือแหยมยโสธรในภาคแรกแต่ก็อย่างที่รู้กันว่ายิ่งนานวันเข้าหนังของผู้กำกับคนนี้กลับค่อนข้างที่หมดมุกใหม่ๆมานำเสนอคนดูตั้งแต่จั๊กกะแหล๋นและล่าสุดอย่างแหยมยโสธร3แต่ก็ต้องยอมรับว่าในผลงานเรื่องใหม่อย่างทาสรักอสูรเมื่อได้เห็นตัวอย่างก็พอจะมีความหวังว่าพี่หม่ำเขาจะกลับมาท็อปฟอร์มได้บ้างโดยหลังจากที่ได้ไปรับชมมาแล้วก็ต้องว่ากันตามเนื้อผ้าว่าตัวหนังทาสรักอสูรอาจจะไม่ได้กลับมาท๊อปฟอร์มอย่างที่หวังแต่อย่างน้อยก็ไม่ได้น่าเกลียดจนถึงขั้นรับไม่ได้ขนาดนั้นเลยทีเดียว

โดยสิ่งที่ต้องขอชมทาสรักอสูรคงหนีไม่พ้นไอเดียของการล้อเลียนหนังละครหลังข่าวแนวตบจูบ ตัวร้ายขี้อิจฉาหรือแม้แต่พระเอกขี้เก็กซึ่งในส่วนนี้ผู้กำกับหม่ำถือว่าทำการบ้านมาดีพอสมควรคอยตามเก็บทุกเม็ดว่ามีส่วนไหนที่หนังละครแนวตบจูบชอบทำเปิ่นๆกันบ้างไม่ว่าจะเป็นการพูดคนเดียว,หัวเราะเสียงดังๆหรือแม้แต่การที่ตัวขี้อิจฉาส่งลูกน้องไปจัดการนางเอกและแน่นอนว่าที่เด็ดสุดคือฉากการตบกันที่ในเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังจีนแนวโจวซิงฉือซึ่งก็ครีเอทได้ดีพอสมควรแต่ก็อาจจะแป๊กบ้างฮาบ้างผสมปนเปกันไปเช่นเดียวกันกับมุกตลกในทาสรักอสูรซึ่งสมมุติว่ามุกตลกปล่อยออกมา100เม็ดในเรื่องนี้ก็เอาเป็นว่ามีฮาสักประมาณ30เม็ด(ซึ่งถือว่าดีเมื่อเทียบกับหนังเรื่องล่าสุดอย่างแหยมยโสธร3ที่ส่วนตัวผมไม่ฮาสักเม็ด)โดยใน30เม็ดนี้ก็จะมีมุกตลกเด็ดๆอยู่ประมาณ40%เลยทีเดียว

ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นการก้าวหน้าที่ดีสำหรับหนังยุคหลังๆของเขาโดยเฉพาะมุกตลกแนวมุกชนมุกซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะส่งเสริมให้ออกมามากกว่ามุกตลกแนวด่าพ่อล้อแม่เสียอีก(ซึ่งนั่นก็คือ70เม็ดที่เหลือที่มันไม่ฮา)



แต่ก็น่าเสียดายที่ตามสไตล์หนังตลกไทยสิ่งที่ยังทำให้ตัวหนังยังไม่ได้ไปไหนสักทีคงหนีไม่พ้นการตัดต่อที่ยังคงติดรากฐานการตัดต่อแบบมุกชนมุกทำให้หลายๆฉากของหนังเนี่ยคิดออกได้เลยว่าจะใส่มาทำไมอยู่เป็นระยะๆเลยท้ายสุดเมื่อหนังมันเกร่อด้วยวิธีการตัดต่อแบบนี้มากๆทำให้เรื่องราวพล็อตหลักของหนังระหว่างการเสียดสีคนจนคนรวยและการพูดถึงความแค้นในIdentityของคนเราลดลงไปทันทีเอาเข้าจริงๆผมคิดว่าถ้าหากทาสรักอสูรลองเอากลับไปตัดต่อใหม่ไม่ต้องขายความเป็นมุกชนมุกเยอะขนาดนี้หนังน่าจะสนุกกว่านี้แน่นอนเพราะเพียงลำพังจากการแสดงของหม่ำและพิงกี้ในเรื่องนี้ก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านั้นอีกแล้วนั่นเอง

เรื่องนี้ผมให้6.5/10ครับ
ขอบคุณข้อมูล
ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง:www.youtube.com
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ