Facebook Twitter Google plus Line
ได้หมดถ้าสดชื่่น!! 8 สิ่งที่ควรทำทุกวันเพื่อปรับฮอร์โมนให้สมดุล
Post by : monnyboy   Date : 16 พ.ค. 61 07:05   Views : 1,398
Facebook Twitter Google plus Line
ได้หมดถ้าสดชื่่น!! 8 สิ่งที่ควรทำทุกวันเพื่อปรับฮอร์โมนให้สมดุล


หากคุณกำลังต่อสู้กับภาวะเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์แปรปรวนท้องอืดความคิดขุ่นมัวหรืออาการบวมน้ำที่ไม่ยอมหายไปก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกได้ว่าฮอร์โมนของคุณกำลังขาดความสมดุล

จุดสมดุลของฮอร์โมนคืออะไร?สิ่งสำคัญอันดับแรกของคนส่วนใหญ่คือการใช้ชีวิตให้ยืนยาวและมีชีวิตชีวาฮอร์โมนมีหน้าที่ควบคุมการอักเสบซึ่งการอักเสบก็เป็นต้นเหตุของโรคต่างๆเช่นโรคมะเร็งโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคที่มีความเสื่อมถอยของอวัยวะต่างๆอย่างอัลไซเมอร์เป็นต้นการปรับฮอร์โมนให้สมดุลไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในตอนแรกแต่หลังจากที่ลองผิดลองถูกมาสักพักฉันก็ค้นพบวิธีที่จะทำให้ฮอร์โมนอยู่ในความควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ





1.เริ่มวันใหม่ด้วยการยืนเท้าเปล่ากลางแดดตอน6โมงเช้า

ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและเตรียมพร้อมฮอร์โมนสำหรับวันใหม่เซลล์รับแสงในดวงตาจะเชื่อมต่อกับต่อมไฮโปทาลามัสโดยตรงซึ่งเป็นส่วนที่สร้างสมาธิความสนใจและความจำส่วนวิตามินดีจะช่วยเสริมสร้างระบบประสาทเหล่านี้ดังนั้นการยืนตากแดดในตอนเช้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ

2.ดื่มยาอายุรเวทกับน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

ทุกๆเช้าผสมน้ำอุ่นกับน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลออร์แกนิคเพื่อดื่มเป็นยาบำรุงซึ่งมีประโยชน์ต่อแบคทีเรียในลำไส้และที่สำคัญจะช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุลได้ด้วยเนื่องจากน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลมีรสเปรี้ยว

3.ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุล

แนะนำให้รับประทานโสมวิตามินบีวิตามินดีและไบโอตินผสมกันทุกวันเพื่อบำรุงฮอร์โมนด้วยความที่ชอบแนวทางปฏิบัติแบบตะวันออกซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศาสตร์ตะวันตกส่วนผสมสำคัญ4อย่างซึ่งจะช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุล




สารสกัดโสมอินเดีย
มีส่วนช่วยในการปรับฮอร์โมนให้สมดุลรวมทั้งมีสรรพคุณต้านการอักเสบซึ่งดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและลำไส้นอกจากนี้ยังต่อสู้กับคอร์ติซอลหรือที่รู้จักกันดีว่า"ฮอร์โมนความเครียด"ซึ่งสำคัญมากในการปรับสมดุลของระบบต่อมไร้ท่อ

โรดิโอลา
ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพของจิตใจลดระยะการฟื้นฟูสภาพของกล้ามเนื้อควบคุมการเต้นของหัวใจและให้พลังงานแก่ร่างกายโดยที่ไม่ต้องอาศัยคาเฟอีน

สารฟอสฟาติดิลเซอรีน
โดยปกตินักกีฬาจะใช้สารฟอสฟาติดิลเซอรีนเมื่อต้องการพลังงานสมาธิและสมรรถภาพด้านกีฬารวมถึงช่วยปรับระดับฮอร์โมนให้สมดุลด้วย

วิตามินบี12

4.ออกกำลังกายเพื่อลดระดับคอร์ติซอล

เมื่อต้องการลดน้ำหนักเราก็มักจะใช้มาตรการรุนแรงเช่นการออกกำลังกายแบบบูทแคมป์ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายทำงานหนักและระดับคอร์ติซอลก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นทำให้ฮอร์โมนขาดความสมดุลมากขึ้นตามไปด้วยนอกจากนี้คุณอาจจะรู้สึกง่วงและหิวแทนที่จะรู้สึกมีพละกำลัง

การออกกำลังกายเพื่อลดระดับคอร์ติซอลเช่นการฝึกโยคะเนื่องจากเป็นการฝึกความแข็งแกร่งที่ผสมผสานกับการเคลื่อนไหวไปพร้อมกับการกำหนดลมหายใจเพื่อผ่อนคลายจิตใจทำให้ระบบประสาทเกิดความสงบโดยธรรมชาติทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการเดินระยะยาวหรือเรียนเต้นรำคุณควรแน่ใจว่ากิจกรรมเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและกระปรี้กระเปร่า

5.เล่น!

อย่างน้อยวันละ15นาทีเพื่อช่วยลดระดับคอร์ติซอลและฮอร์โมนอื่นๆที่ดีต่อสุขภาพให้อยู่ในความควบคุมที่สำคัญการเล่นกลางแจ้งยังดีต่อสุขภาพลำไส้อีกด้วย

6.รับประทานอาหารมื้อค่ำโดยปฏิบัติตามเคล็ดลับ

ควรนับปริมาณผักทั้งหมดที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวัน(เป้าหมายคือวันละ6ถ้วย)เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับสารอาหารเพียงพอผักเป็นอาหารพรีไบโอติกซึ่งจะช่วยบำรุงกลุ่มจุลินทรีย์ภายในร่างกายขณะที่การมีลำไส้ที่แข็งแรงจะช่วยป้องกันการแพ้อาหารควบคุมฮอร์โมนและสร้างเสริมอารมณ์ดีว่ากันว่าอาหารมื้อค่ำถือเป็นมื้อที่เบาที่สุดของวันและบรรดาผักอันเป็นของโปรดในช่วงมื้อค่ำของฉันได้แก่อาร์ติโชคหน่อไม้ฝรั่งกล้วยสีเขียวและผักที่มีก้านอย่างบร็อคโคลี่หากต้องการเพิ่มรสชาติให้กับอาหารจานผักของคุณขอแนะนำเครื่องเทศต่างๆเช่นขมิ้นผักชีและยี่หร่าซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ระบบภายในร่างกาย

7.ทำอะไรให้ช้าลงและนอนให้มากขึ้น

นอนให้ได้คืนละ9ชั่วโมงควรนอนหลับได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เนื่องจากร่างกายจะซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองในระหว่างที่นอนหลับ

เคล็ดลับที่ดีที่สุดในการเตรียมตัวเข้านอน

สวมแว่นตาตัดแสงสีฟ้าเนื่องจากแสงสีฟ้าจะรบกวนการผลิตเมลาโทนินคุณจึงควรตั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆให้เป็น"โหมดกลางคืน"หรือสวมแว่นตาตัดแสงสีฟ้า
ทำท่าหกสูงฉันชอบทำท่านี้กับลูกๆในเวลากลางคืนเนื่องจากมันจะช่วยฟื้นฟูร่างกายและปรับฮอร์โมนให้สมดุล

8.ฝึกอดอาหารเป็นช่วงๆ

หนึ่งในเหตุผลของการรับประทานอาหารมื้อเย็นช่วงหัวค่ำก็เพื่อการฝึกอดอาหารเป็นช่วงๆคำว่าช่วงๆคือช่วงระยะเวลาหนึ่ง(ปกติจะประมาณ12ชั่วโมงแต่คุณสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกโดยพิจารณาจากประสบการณ์ของตัวเอง)และในช่วงนั้นคุณต้องไม่รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่

การอดอาหารเป็นช่วงๆจะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารได้พักผ่อนซึ่งมีสรรพคุณต้านการอักเสบในร่างกายด้วยขณะเดียวกันก็ช่วยควบคุมฮอร์โมนตามธรรมชาติและมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องอดอาหารและอยู่ในระยะโรคทุเลาช่วงแรกอาจทำได้ยากแต่หลังจากนั้นนิสัยเหล่านี้ก็จะติดตัวคุณโดยอัตโนมัติ


ขอบคุณข้อมูลจาก:health.teenee
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ