Facebook Twitter Google plus Line
วิจารณ์หนัง.... เพชฌฆาต
Post by : monnyboy   Date : 16 พ.ค. 61 18:05   Views : 639
Facebook Twitter Google plus Line
วิจารณ์หนัง....  เพชฌฆาต




กลับมาอีกครั้งกับการร่วมงานกันของผู้กำกับทอมวอลเลอร์และคุณปูวิทยาปานศรีงามที่หลังจากในเรื่องก่อนได้คว้านำชายสุพรรณหงส์กันไปแล้วสำหรับศพไม่เงียบซึ่งในผลงานใหม่ของเขาอย่างเพชฌฆาตก็ได้กำลังจะเข้าฉายโรงกันแล้วซึ่งนอกจากนี้ยังมีนักแสดงอย่างคุณต่ายเพ็ญพักตร์ศิริกุล,เดวิดอัศวนนท์และนิรุตติ์ศิริจรรยาร่วมจอด้วย

เรื่องราวของมือประหารคนสุดท้ายของประเทศไทยที่ปลิดชีวิตนักโทษด้วยวิธีการยิงเป้าจากนักดนตรีหนุ่มผู้หลงใหลในเพลงร็อคแอนด์โรลเขาได้เลือกเส้นทางชีวิตเพื่อความมั่นคงขอ­งครอบครัวที่เขารักอาชีพที่เกิดจากความบังเอิญเบื้องลึกความจริงที่น่ากลัวของการประหารช­ีวิตนักโทษคนแล้วคนเล่าความรักและครอบครัวที่สวยงามกรรมดีที่เคยก่อกรรมชั่วที่มองไม่เห็นมันคือวัฎจักรแห่งกรรมที่ไม่มีผู้ใดจะรู้ไ­ด้ดีเท่าผู้ที่เหนี่ยวไกปืนเพื่อจบชีวิตนั­กโทษในแดนประหารเท่านั้นนี่คือตำนานเรื่องราวชีวิตของ“เชาวเรศน์”เพชฌฆาตคนสุดท้ายณแดนประหารเรือนจำกลางบางขวาง



ซึ่งเอาเข้าจริงๆถ้ามองจากเนื้อผ้าตัวหนังจะเห็นได้เลยว่าตัวหนังจะมีกลิ่นของความเป็นศพไม่เงียบอยู่เช่นเคยกับการที่ผกก.ทอมวอลเลอร์ดูเหมือนจะค่อนข้างสนใจในเรื่องของความเชื่อบาปบุญคุณโทษในศาสนาพุทธและสิ่งที่คนไทยมีต่อมันมากๆนั่นเองทำให้ผลงานของเขาอย่างศพไม่เงียบดูเหมือนจะเป็นหนังที่เล่นเกี่ยวกับศาสนาได้อย่างไปไกลกว่าหนังไทยเรื่องอื่นๆคงเป็นเพราะส่วนนึงมันมาจากสายตาของฝรั่งที่มองเรื่องพวกนี้จึงไม่ต้องไปมัวคิดถึงตามหลักที่เราๆเคยได้ยินหรือเคยได้สอนมาซึ่งนั่นก็เช่นเดียวกันกับเพชฌฆาตที่ยังคงมาในแนวไม่ต่างกันกับการหยิบเอาเรื่องบาปและบุญมาชั่งน้ำหนักเถียงกันกับอาชีพเพชฌฆาตที่อยู่คู่กับเมืองไทยมาอย่างยาวนาน

โดยการหยิบเอาเรื่องแบบนี้มาทำเป็นหนังถือว่าต้องเป็นการรักษาอย่างหนักหน่วงที่จะไม่เอนข้างไปให้น้ำหนักกับบาปหรือบุญมากจนเกินไปและนั่นก็เป็นสิ่งที่เพชฌฆาตค่อนข้างทำสำเร็จในขณะนึงกับการที่หนังไม่ได้ตัดสินถึงอาชีพหรือตัวบุคคลในหนังเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันดีหรือไม่ เขาจะได้ไปนรกหรือสวรรค์แต่สิ่งที่หนังแสดงให้เห็นคือสภาวะรอบข้างที่มีต่ออาชีพหน้าที่นี้ทั้งที่แท้จริงแล้วสิ่งเขาทำอยู่ก็ไม่ต่างจากอาชีพอย่างคนฆ่าสัตว์หรือนั่งโต๊ะบัญชีเพราะในเมื่อเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำมันเป็นอาชีพและหน้าที่เพราะฉะนั้นอย่างนี้ใครจะมาตัดสินได้ไหมว่ามันบาปหรือไม่ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ตัวหนังพยายามเล่นประคับครองมาตลอดเรื่องผ่านทั้งคนในครอบครัวของคุณเชาวเรศน์และตัวละครรอบข้างตั้งแต่เพื่อนบ้านยันพระและมันก็ออกค่อนข้างโอเคทีเดียวกับลักษณะในงานตัดต่อระหว่างวัยหลงเสียงดนตรีกับวัยที่ต้องมาได้ยินเสียงไกปืน

และแน่นอนว่างานของผกก.คนนี้สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคงหนีไม่พ้นงานของการถ่ายภาพที่เรียกได้ว่าสามารถนอนรอรางวัลสุพรรณหงส์ในสาขานี้ได้เลยเช่นเดียวกับงานดนตรีประกอบและการตัดต่อซึ่งในด้านของการแสดงทั้งคุณปูวิทยาและคุณต่ายเพ็ญพักตร์ก็สามารถสร้างสรรค์ตัวละครได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะคุณปูวิทยาที่สามารถควบคุมน้ำหนักตัวละครของเชาว์เรศน์ทั้งในแง่ของเพชฌฆาตเลือดเย็นและคนปกติธรรมดาได้อย่างเสมอภาค



แต่ก็น่าเสียดายเล็กน้อยที่ในขณะที่โทนของหนังค่อนข้างจะเข้มเครียดและหดหู่ตัวหนังกลับค่อนข้างมีฉากที่ดูตลกและน่ารำคาญไปในหลายส่วนหนึ่งในคือการปรากฏตัวของยมทูตอย่างเดวิดอัศวนนท์ที่ถึงแม้จะเพิ่มมิติให้แก่ตัวละครของคุณเชาวเรศน์แต่ในขณะเดียวตัวหนังก็กลับมีหลายฉากที่การปรากฏตัวของเขาดูเหม่งๆซึ่งนอกจากนั้นหนังยังมีบทพูดหลายตอนที่ค่อนข้างดูเป็นละครเกินในความจริงอยู่บ้างนั่นเองครับ

ซึ่งโดยรวมแล้วผมคิดว่าเพชฌฆาตก็จัดได้ว่าเป็นหนังไทยที่พูดเรื่องศาสนาบาปบุญผ่านมุมมองของฝรั่งได้โอเคเลยถึงแม้อาจจะมีจุดบกพร่องไปอยู่บางส่วนแต่ถ้าหากใครที่ชื่นชอบผลงานเก่าอย่างศพไม่เงียบหรืออยากหาหนังไทยในแนวทางแปลกใหม่หนังเรื่องนี้ก็ไม่ควรพลาดครับ

เรื่องนี้ผมให้7.5/10ครับ
ขอบคุณข้อมูล
ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง:www.youtube.com
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ