Facebook Twitter Google plus Line
Review ภาพยนตร์ Hell Fest
Post by : POK@   Date : 04 ต.ค. 61 15:10   Views : 1,150
Facebook Twitter Google plus Line
Review ภาพยนตร์ Hell Fest
 Hell Fest
Director :  Gregory Plotkin




ย้อนไปเมื่อทศวรรษที่ 1970-80 ยุคที่หนังสยองขวัญแนวไล่เชื่อดกำลังเป็นที่นิยม บรรดานักเชือดที่เรารู้จักมาจนถึงทุกวันนี้อย่าง ไมเคิล เมเยอร์ , เจสัน และเลทเธอร์เฟค โดยแต่ละตัวละครเหล่านี้ก็จะมีคาแรคเตอร์ที่ต่างกันออกไปตามตีมของตัวเอง แต่มาในยุคปัจจุบันกลับเป็นยุคที่เป็นขาลงของหนังฆาตกรไล่เชือดเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคิดค้นคาแรคเตอร์ใดๆ ออกมาก็มักจะมาทรงหนังเกรดบี หรือการหยิบเอาบรรดาหนังฆาตกรยุดเก่ามารีเมคใหม่ก็มักจะออกมาเละเทะและได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบ Hell Fest เป็นหนังสยองขวัญยุคใหม่ ที่หยิบพลอตเรื่องแบบหนังไล่เชือด มาเล่าในรูปแบบของตัวเอง ที่มาพร้อมตีมสวนสนุก


Hell Fest คือการเทศกาล สวนสนุกในตีมสยองขวัญที่จัดในคืนวันฮาโลวีน ภายในงานก็จะเต็มไปด้วยเหล่าผู้คนใส่ชุดผีมาเดินหลอกหลอนผู้คนภายในงาน สวนเครื่องเล่นภายในงานก็มีครบทุกเลเวลความสยอง ตั้งแต่ระดับเบสิค หลอนเบาๆ ไปจนถึงหลอนระดับสูงที่บรรดาผีในเครื่องเล่นจะสามารถหลอกแบบถึงเนื้อถึงตัวได้ ดูภาพรวมแล้วนี่คือเทศกาลฮาโลวีนที่น่าสนุก และน่าจะมอบความสุขให้ผู้คนที่เข้าไปไม่น้อย จนกระทั่งได้มีฆาตกรโรคจิตลึกลับรายหนึ่งได้เข้ามาทำการไล่เชือดผู้คนภายในงานแบบที่คนอื่นๆ ไม่รู้ตัว เพราะต่างคิดว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของงาน และเมื่อเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาเพื่อหาความสุขจาก Hell Fest แต่พวกดขากลับได้กลายเป็นเป้าหมายของฆาตกรรายนี้โดยไม่รู้ตัวเรื่องราวสุดสยองท่ามกลางสถานที่แห่งความสุขแห่งนี้ก็ได้เริ่มขึ้น


หนังมาพร้อมกับสไตล์สูตรสำเร็จของหนังไล่เชือดที่เราคุ้นเคย ตั้งแต่การสร้างกลุ่มตัวละครที่เป็นเหยื่อ ที่ทักจะมี  4-6 คน ที่มีเพียงนางเอก ที่เป็นตัวละครหลักของเรื่องเป็นคนที่มีความระแวดระวัง รอบคอบมากที่สุด ในขณะที่เพื่อนๆ ถูกสร้างมาเพื่อเป็นเหยื่ออันโอชะ ด้านตัวละครฆาตกร ที่ค่อนข้างมีความเก่งเกินมนุษย์มนา สามารถเข้านอกออกในได้ทุกพื้นที่ ฉะนั้น สิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้เป็นอย่างแรกคืองานลุ้นระทึกแบบที่เดิมๆ อาจไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปมาก แต่หนังสามารถตอบโจทย์ด้านความบันเทิงให้กับคนดูได้ไม่น้อย โดยเฉพาะคอหนังสยองขวัญ


ด้วยตีมหนังที่มาในรูปแบบเทศกาลสวนสนุกสยองขวัญ ซึ่งหนังก็สามารถใช้ประโยชน์จากความเป็นสวนสนุกได้อย่างยอดเยี่ยม หนังสามารถให้ความรู้สึกกับคนดูว่ากำลังเข้าไปในงาน Hell Fest ร่วมกับตัวละคร ได้ไปเล่นเครื่องเล่นต่างๆ และสัมผัสบรรยากาศความหลอนปนสนุก ต่างๆ ในงาน หนังมีลูกเล่นที่น่าสนใจด้วยการทำให้คนดูและตัวละครไม่สามารถแยกออกว่าใครคือฆาตกร ใครคือทีมงานที่มาร่วมสร้างบรรยากาศ รวมถึงการหนีจากฆาตกรท่ามกลางบรรยากาศความหลอนของเครื่องเล่นต่างๆ ที่สร้างความกดดัน ความหลอนคนดูได้ในแบบคูณ 2  


แต่ถึงกระนั้น Hell Fest ก็กลับเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายในแบบที่หนังสยองขวัญยุคนี้พบเจอ  ตั้งแต่ความไม่สมเหตุสมผลของสถานการณ์ ฉากไล่เชือดที่น้อยมากและไม่สามารถกดดันคนดูได้เท่าที่ควร การสร้างสรรค์วิธีฆ่าที่ออกมาดูซ้ำซากจำเจ จนบางฉากหนังไม่สามารถบิลด์อารมณ์คนดูได้ไปสุดทางเท่าที่ควร สิ่งที่ล้มเหลวที่สุดคือคาแรคเตอร์ของตัวฆาตกรที่นอกจากใบหน้า รูปลักษณ์ บุคลิกท่าทางที่น่ากลัวแล้ว แต่กลับขาดมิติ ที่มาที่ไป นอกจากความโหดร้ายทารุณ แต่นอกนั้นกลับดูเบาบางตั้งแต่น้ำหนักการกระทำ ความน่าสนใจ น่าจดจำ พร้อมกับการที่หนังพยายามทิ้งปมปริศนาให้คนดูอยากรู้ว่าตัวจริงฆาตกรคือใคร แต่กลับลืมว่าบาดแผลของตัวหนังเองก็มีเยอะไม่น้อย ทำให้ฆาตกรเรื่องนี้ไร้ความน่าสนใจไปอย่างน่าเสียดาย


โดยภาพรวม Hell Fest อาจเป็นหนังฆาตกรนักเชือดยุคใหม่ที่ลงเอยไม่ต่างจากที่หนังสยองขวัญแนวเดียวกันยุคนี้มักพบเจอ แต่น่าชื่นชมคือความกล้าหาญของทีมผู้สร้าง ที่กล้านำสถานที่อย่างสวนสนุกมาเล่าในรูปแบบหนังสยองขวัญอีกครั้งในรูปแบบของตัวเอง พร้อมการสร้างสรรค์ความบันเทิงปนสยอง ออกมาได้เพลิดเพลิน แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างในหนังมันสูตรสำเร็จไปหมดจนเราเดาทิศทางได้ตั้งแต่ต้นจนจบ 


ขอขอบคุณคลิปวีดีโอจาก :  https://www.youtube.com
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ