Facebook Twitter Google plus Line
Review ภาพยนตร์ Venom
Post by : POK@   Date : 10 ต.ค. 61 15:10   Views : 2,458
Facebook Twitter Google plus Line
Review ภาพยนตร์ Venom
Venom
Director: Ruben Fleischer



หนึ่งในหนังแอนตีฮีโร่ ที่หลายๆ คนรอคอย พร้อมความคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่านี่จะเป็นการแก้มือจากการปรากฏตัวครั้งแรกใน Spiderman 3 และแจ้งเกิดวายร้ายผู้โด่งดังตนนี้อย่างเป็นทางการ แต่ถึงแม้ว่าการเปิดตัว Venom จะออกมาไม่สวยงามนักโดยเฉพาะจากเหล่านักวิจารณ์ แต่กระนั้นหนังก็สามารถกวาดรายได้จากคนดูทั่วโลกไปถึง200ล้านเหรียญ พร้อมการันตีความบันเทิงสไตล์หนังมาร์เวล  


หนังว่าเล่าถึงเรื่องราวของ เอ้ดดี้ บร็อค(ทอมฮาร์ดี้)นักข่าวผู้มากอุดมการณ์ จนกระทั่งเขาได้ไปสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์เศรษฐี คาลตัน เดร็ค (ริซ อาเมด) ผู้มีความลับที่นำมนุษย์มาทดลองกับ ซิมไบโอค หรือปรสิตจากต่างดาว การสืบสาวหาความจริงจนเกินไปทำให้ บร็อค ต้องเสียหลายๆ อย่างในชีวิต ทั้งแฟนสาว และการงาน เมื่อไม่มีอะไรให้เสีย บร็อคได้ลอบเข้าไปในห้องทดลองของ เดร็ค จนทำให้ตัวเองถูกร่างปรสิตของวีน่อมเข้าควบคุมร่าง เดร็ค ที่ต้องการนำปรสิตต่างดาวกลับมาครอบครอง ได้ทำทุกวิถีทางเพื่อจับตัว บร็อค มาให้ได้  


หนังมาพร้อมกับสูตรสำเร็จหนังฮีโร่มาร์เวล ในยุคก่อนๆ ที่จะมีช่วงปูเรื่องก่อนที่ตัวละครจะได้พลังพิเศษ การแนะนำตัวละครในเรื่อง และเซตอัพเรื่องราว และองค์ประกอบต่างๆ ของหนังให้ลงตัว ในช่วงแรกของ Venom มีการกำเนินเรื่องไปอย่างเนิบช้า ไม่ได้มีอะไรชวนหวือหวา พร้อมกับการสร้างสไตล์ตัวละครที่คุ้นเคยอย่างการทำให้พระเอกดู Loser ล้มเหลวในชีวิต ในขณะที่ตัวร้ายนั้นเหนือกว่าทุกประการ แต่พอหนังเข้าสู่องก์ 2 เมื่อบร็อค ถูกวีน่อม เข้าสิงร่าง หนังแทบจะปรับเปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่อง จากหนังดราม่า กลายเป็นหนังแอคชั่นไล่ล่า มันส์ๆ แบบที่คนดูไม่ทันตั้งตัว  

ส่วนที่ดีงามของหนัง คือฉากแอคชั่นไล่ล่าของหนัง ถือว่าทำออกมาได้ดี ทั้งการใช้เอฟเฟกต์นำเสนอความสามารถของวีน่อม ออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจ ความพิเศษของเรื่องนี้คือการอ้างอิง วีน่อม  จากในคอมมิคมานำเสนอได้อย่างคุ้มค่า คนดูที่เป็นแฟน Marvel จะได้ว้าวไปกับฉากการต่อสู้ของวีน่อม และไรออท รวมถึงฉากแสดงความสามารถพิเศษของวีน่อม อีกมากมายที่ชวนสะพรึง แต่ก็ดูเท่ ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้หนังยังมีการโม้ฉากไล่ล่าออกมาได้ชวนเพลิดเพลิน บันเทิง จนเราลืมจุดบอดของหนังไปหมดสิ้น อาจมีเสียดายที่พอหนังลดเรทให้เหลือเพียง pg 13+ ทำให้ฉากโหดๆ ของหนังดูขาดพลังไปอย่างน่าเสียดาย  


อีกส่วนที่มาเพิ่มความบันเทิงของหนัง คือการที่หนังใช้ความเป็นLoser ของบร็อค และการถ่ายทอดคสามสัมพันธ์ของวีน่อมและบร็อค ให้ออกมาเบาสมอง เต็มไปด้วยมุกตลกชวนยิ้ม ได้เรื่อยๆ ในเรื่องนี้เราจะได้เห็น ทอม ฮาร์ดี้ ในบทที่ดูซอฟต์กว่าเรื่องอื่นๆ ด้วยบทชายขี้แพ้สไตล์ Marvel ที่ถึงแม้ว่าตัวละครจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แถมมีสัตว์ประหลาดจากต่างดาว ที่ชอบกินคนเป็นอาหารสิงอยู่ในร่าง แต่หนังก็ยังเต็มไปด้วยมุกตลกใสๆ เพื่อเอาใจคนทุกเพศ ทุกวัยสามารถเข้าถึงโดยไม่ขยาดหรือหวาดกลัวไปกับมัน

แต่ความเป็นสูตรสำเร็จของหนัง ก็เป็นดาบสองคมให้กับตัวเองเช่นกัน แม้ว่าเราจะบันเทิง เพลิดเพลินไปกับฉากบู๊ และมุกตลก แต่หนังกลับเต็มไปด้วยความซ้ำซาก จำเจ ที่คาดเดาได้ไม่ยาก ส่วนที่พังที่สุดคือวายร้ายของเรื่องอย่าง เดร็ค และไรออท ที่ดูไร้แก่นสาร ขาดพลัง และแรงจูงใจ ส่วนที่ทำให้เรารู้สึกเชื่อไปกับตัวละครนี้คือการปลูกฝังจากหนังที่ทำให้เราคิดว่านี่คือวายร้ายเพียงเท่านั้น ส่วนบทตัวละครสมทบในบทนางเอก อย่าง มิเชลล์ วิลเลี่ยม หนังก็ใช้พลังการแสดงของเธอไม่คุ้มค่านัก เพราะมีพื้นที่ให้เธอน้อยเหลือเกิน แต่บทของเธอก็ยังแอบมีเซอร์ไพรส์คนดูเบาๆ อยู่เหมือนกัน อีกด้านที่น่าเสียดาย คือความดาร์คของหนังที่ไปไม่สุด ส่วนหนึ่งเพราะความลดเรทหนังเป็น PG-13 พร้อมตัดฉากหลายๆ ฉากออกไปเพื่อความเหมาะสม จนทำให้ความโหดร้าย ความน่ากลัวของวีน่อม ดูดรอปลงไปมาก ไปอย่างน่าเสียดาย


โดยสรุป Venom เป็นงานที่ดูเพื่อเน้นความบันเทิง การเอาใจแฟนคลับการ์ตูนต้นฉบับ หรือแฟนหนัง Marvel ที่มาในรูปแบบสำเร็จรูป ตั้งแต่วิธีการดำเนินเรื่อง ฉากแอ่คชั่น สไตล์ตัวละคร ที่อาจไม่ได้มีอะไรแปลงกใหม่นัก แต่ก็สามารถทำให้เราเพลิดเพลินไปกับมันได้ในเวลาเกือบสองชั่วโมง แต่น่าเสียดายที่ความสำเร็จรูป ทำให้หนังไม่สามารถทำลายกำแพง ความซ้ำซากจำเจ ของหนังแอคชั่นยุคหลังๆ ได้ 


ขอขอบคุณคลิปวีดีโอจาก :  https://www.youtube.com/
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ