Facebook Twitter Google plus Line
Review ซีรีส์ Altered Carbon
Post by : POK@   Date : 11 ต.ค. 61 15:10   Views : 1,466
Facebook Twitter Google plus Line
Review ซีรีส์ Altered Carbon
Altered Carbon(2018)
Creator: Laeta Kalogridis

.


อีกหนึ่งซีรีส์จาก Netflix ที่มาพร้อมกับพลอตเรื่องสุดล้ำ กับการหยิบเอาเรื่องราวโลกอนาคต เมื่อมนุษย์สามารถเอาชนะความตายได้ ด้วยการย้ายจิตวิญญาณของตนลงไปในเครื่องบรรจุ แล้วสามารถย้ายจิตวิญญาณนั้นไปใส่ในร่างไหนก็ได้ แต่แน่นอนว่าแม้มนุษย์จะสามารถเอาชนะความตายในด้านโรคภัยไข้เจ็บได้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถแก้ไขด้านมืดของจิตใจต่างๆมากมายของมนุษย์ได้ Altered Carbon จึงไม่ใช่เพียงซีรีส์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของความเป็นอมตะเพียงอย่างเดียวแต่เป็นซีรีส์ที่สะท้อนจิตใจของผู้คนที่แม้ว่าจะมีอายุในระดับหนึ่งร้อยปีขึ้นไป แต่กิเลส ตัณหา ความโลภ ต่างๆ กลับก็ทวีคูณมากยิ่งขึ้น


ย่อหน้าข้างต้นคือพลอตโดยรวมของซีรีส์เรื่องนี้ ที่ความน่าสนใจคือการนำเสนอเรื่องราวอนาคตในรูปแบบ ฟิล์มนัวร์ ที่ทำให้มันออกมาดูคล้ายคลึงกับ ไซไฟ รุ่นพี่ออย่าง Blade Runner เพราะโลกอนาคตของทั้งสองเรื่องนี้มียุคสมัยที่ใกล้เคียงกัน แถมยังเล่นเรื่องราวสืบสวนสอบสวนมาเป็นการดำเนินเรื่องเหมือนกันอีกด้วย โดยจุดเริ่มต้นเรื่องราวของ Altered Carbon คือการตื่นขึ้นมาของ ทาเคชิ โคแวช(โจเอล คินนาแมน ,วิล ยุน ลี) อดีตนักโทษที่เคยก่อกบฏ ที่ถูกปลุกขึ้นมาหลังจากที่ลงโทษให้หลับไหลมาเป็นเวลากว่าสองร้อยปี การตื่นขึ้นมาของเขาครั้งนี้คือการได้รับมอบหมายจาก เบนครอฟต์(เจมส์ เพียวฟอย) มหาเศรษฐีที่ร่างหนึ่งของเขา(หรือที่ในเรื่องเรียกว่าเปลือก) ถูกฆ่าอย่างโหดร้ายภารกิจของโคแวช ในครั้งนี้คือการตามหาเบาะแสว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ โดยมีอิสรภาพของเขาเป็นเดิมพัน


ซีรีส์มีความยาวทั้งหมด 10 ตอน และเป็นซีรีส์ที่ผู้ขมต้องใช้การปรับตัวในการทำความเข้าใจเนื้อหาพอสมควร  เพราะในการสร้างโลกอนาคตของเรื่องนี้ค่อนข้างเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทั้งการเรียกแบ่งชนชั้น อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ ที่มีการสมมติขึ้นมา และการทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ เงื่อนไขต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นมา ซึ่งในช่วงสาม สี่ตอนแรก จะเป็นการปูเรื่องให้คนดูเข้าใจเรื่องราวที่ว่ามาทั้งหมดอย่างค่อยเป็นค่อยไปในขณะเดียวกันก็มีการสร้างปูมหลังของตัวละครหลักแต่ละตัวออกมาได้เต็มไปด้วยความลับที่พร้อมจะให้เราค้นหาในตอนต่อๆไปก่อนที่ความจริงต่างๆ จะค่อยๆ ทยอยถูกเฉลยในแบบที่คนดูก็คาดไม่ถึง


นอกเหนือจากความล้ำในเนื้อหาแล้ว สิ่งทีน่าชื่นชมในซีรีส์เรื่องนี้คือการสะท้อนแง่คิด ทั้งในด้านศาสนา และกฎเกณฑ์ธรรมชาติคือการตั้งคำถามว่าการที่มนุษย์สามารถหลีกหนีความตายได้เป็นสิ่งที่ดี และคู่ควรแล้วจริงเหรอ? เพราะเมื่อสุดท้ายโลกที่ซีรีส์พูดถึงกลับมีแต่ความเลวร้ายเสื่อมทรามของผู้คน ทั้งการใช้บริการโสเภณีในรูปแบบที่โหดร้าย รุนแรง กว่าเดิมการเข่นฆ่ากันอย่างโหดร้ายเพราะเมื่อฆ่าแล้วถ้าจิตวิญญาณไม่แตกสลายก็สามารถเปลี่ยนร่างใหม่ได้ และการตั้งคำถามในแง่ของศาสนา ว่าพระเจ้าสร้างเรามาเพียงหนึ่งร่างเท่านั้นการอาศัยร่างอื่นที่พระเจ้าไม่ได้สร้าง หรือไม่ใช่ตัวตนของเขาตั้งแต่ต้น ถือว่าเป็นบาป สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ซีรีส์ได้พยายามสะท้อนและตั้งคำความในเชิง What If? กับคนดูอยู่ตลอด


ถึงแม้ว่าซีรีส์จะเต็มไปด้วยองค์ประกอบ และวัตถุดิบที่แปลกใหม่น่าสนใจเนื้อเรื่องที่หักมุมไปมาแล้ว แต่น่าเสียดายที่ความตื่นตาตื่นใจเหล่านั้น กลับผลักดันซีรีส์ไปไม่สุดเท่าที่ควรเมื่อในสองสามตอนสุดท้าย ที่ซีรีส์ได้เปิดตัว ตัวร้ายหลักของเรื่องเรื่องราวทั้งหมดก็เข้าสู่สูตรสำเร็จของบรรดาหนังไซไฟที่เราคุ้นเคยจนมันไม่สร้างความแปลกใหม่ใดๆ จนทำให้รู้สึกว่ามันขาดความสร้างสรรค์ไปโดยปริยยาย 

แต่สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ดูมีระดับมากขึ้นกว่าซีรีส์เรื่องอื่นๆ คืองานโปรดักชั่น และการถ่ายทอดฉากแอคชั่น ความรุนแรงต่างๆ ในเรื่อง ออกมาได้อย่างดุดัน โหดร้าย อลังการงานสร้างไปพร้อมๆ กัน ทั้งการนำเสนอฉากโป๊เปลือย เลิฟซีน ที่เห็นกับแทบจะทุกส่วนการถ่ายทอดความรุนแรงในฉากต่อสู้ต่างๆ และการถ่ายทอดโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยจิตใจอันดำมืดของผู้คน ล้วนเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ Altered Carbon เป็นซีรีส์ไซไฟ ฟิล์มนัวร์ที่ตีความจิตใจอันเลวร้ายของผู้คนในโลกอนาคตได้อย่างน่าชื่นชม


ขอขอบคุณคลิปวีดีโอจาก :  https://www.youtube.com
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ