Facebook Twitter Google plus Line
Review ภาพยนตร์ Suspiria
Post by : POK@   Date : 30 ต.ค. 61 16:10   Views : 3,344
Facebook Twitter Google plus Line
Review ภาพยนตร์ Suspiria

Suspiria(2018)
Director: Luca Guadagnino





หนังสยองขวัญ ที่เป็นการรีเมคมาจากหนังชื่อเดียวกันเมื่อปี 1977 ที่ครั้งนี้ได้ ลูก้า กัวดาญิโน่ มารับหน้าที่กำกับ โดยหนังจะเล่าเรื่องราวของ ซูซี่ แบนเนี่ยน (ดาโกต้า จอห์นสัน)หญิงสาวจากอเมริกา ที่เดินทางมายังกรุงเบอร์ลิน เพื่อมาเข้าร่วมกับคณะบัลเลต์ชื่อดัง ซึ่งในสถานที่แห่งนี้เธอก็ได้ไปพบเจอกับเรื่องราวลึกลับสุดสยองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการหายตัวไปอย่างลึกลับของนักเรียนหลายๆคน ครูที่สอนบัลเลต์ที่มีท่าทางประหลาดและความเชื่อเรื่องของลัทธิบูชาแม่มด


Suspiria ต้นฉบับ ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังสยองขวัญคลาสสิก ที่ถูกยกย่องเชิดชูในด้านวิธีการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โทนภาพสีฉูดฉาด การใช้เสียงในการให้บรรยากาศหลอนๆ รวมถึงการนำเรื่องราวของแม่มดมาเล่าให้ดูสยองจนทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นที่ถูกกล่าวขวัญมาถึงทุกวันนี้ สำหรับการหยิบผลงานขึ้นหิ้งมาตีความใหม่ของ กัวดาญิโน่ ถือว่าเป็นการรื้อหนังใหม่เกือบหมด แบบที่ไม่เหลือความเป็นต้นฉบับใดๆ สิ่งที่เป็นของออริจินัลที่เหลืออยู่ในเรื่องนี้คือ โรงเรียนบัลเลต์ เรื่องราวของแม่มด และตัวละครที่มีคาแรคเตอร์คล้ายเคียงต้นฉบับ  


รูปแบบการตีความของ กัวดาญิโน่ ทำให้เรานึกถึงตอนที่เควนติน ทารันทิโน่ทำหนัง Inglourious Basterds(2009)ที่เคยดัดแปลงเรื่องราวประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่2ในรูปแบบของตนเอง ใน Suspiria คือการหยิบนำเรื่องราวในฉบับ 1977 มาตีความใหม่ในแบบของ กัวดาญิโน่เอง ด้วยความที่เป็นผู้กำกับสายอินดี้ งานในครั้งนี้เลยออกมาเป็นหนังสยองขวัญอินดี้ ด้วยวิธีการนำเสนอที่แปลกแหวกแนว และต่างจากต้นฉบับไปโดยสิ้นเชิง 



หนังมีความยาวมากกว่าเวอร์ชั่นแรกเกือบ 1ชั่วโมง ทำให้ในเวอร์ชั่นนี้หนังสามารถลงรายละเอียดในเรื่องราวมากขึ้น สามารถเล่นกับเนื้อหาด้วยการเพิ่มตัวละคร เพิ่มรารยละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ที่ไม่มีในต้นฉบับ โดย กัวดาญิโน่ ใช้เวลาที่ได้เพิ่มมานั้นในการสร้างสรรค์ความสยอง ความลึกลับ และเจาะลึกไปที่ตัวละครแต่ละตัว พร้อมทั้งยังใช้ความเป็นโรงเรียนบัลเลต์ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเพิ่มฉากโชว์เต้นบัลเลต์ อันสวยงาม ทรงพลัง  แต่ก็สยดสยองในเวลาเดียวกัน (ส่วนใครอยากรู้ว่าสยองยังไงต้องไปชมในภาพยนตร์) อีกส่วนที่เพิ่มมาคือความสัมพันธ์ของครูกับลูกศิษย์ ระหว่างมาดาม บรองซ์(ทิลดา สวินตัน) และซูซี่ ที่เป็นอีกหนึ่งความสัมพันธ์ที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีมิติ และน่าสนใจมากกว่าเดิม


การใช้ภาพในการสื่อสารเนื้อหา ในเวอร์ชั่นนี้หนังจะไม่ได้ใช้งานภาพที่ฉูดฉาดเท่าของเดิม ในเวอร์ชั่นนี้หนังจะมาพร้อมกับโทนภาพสีหม่นๆ ด้วยการกำกับภาพของ สยมภู มุกดีพร้อม ที่ถ่ายทอดบรรยากาศน่ากลัวและลึกลับของโรงเรียนบัลเลต์ ความสวยงาม ความสยดสยอง ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ประกอบกับการตัดต่อของ วอลเตอร์ ฟาซาโน่ ที่ทำออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง โดยเฉพาะในฉากเต้นบัลเลต์สุดสยอง รวมถึงการพยายามแฝงนัยยะต่างๆ ด้วยการตัดภาพอย่างรวดเร็วทำให้คนที่ได้ดูต่างก็ต้องตั้งคำถามถึงวิธีการนำเสนอ และอาจต้องดูมากกว่าหนึ่งครั้งเพื่อตีความ และได้ถกเถียงกันถึงความหมายที่หนังพยายามจะสื่อ นอกจากนี้หนังยังได้ ทอม ยอร์ก นักร้องนำจากวง Radiohead มาร่วมสร้างสรรค์ดนตรีประกอบในหนัง  ทำให้หนังไม่ได้มีแค่สกอร์ที่ชวนหลอนทั่วไป แต่มันยังมีความไพเราะ น่าฟังในแบบของตัวเองอีกด้วย


ด้านนักแสดง เรียกว่าทุกคนเล่นออกมาในแบบ น้อยแต่มาก โดยเฉพาะ ทิลด้า สวินตัน ที่รับบทถึงสองตัวละคร ได้อย่างแนบเนียน และถึงแม้ว่าหนังจะไม่มีฉากอารมณ์หนักๆ เท่าไหร่ แต่นักแสดงแต่ใช้วิธีการถ่ายทอดผ่านท่าทาง สายตา ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ด้าน ดาโกต้า จอห์นสัน บทของเธอในเรื่องนี้ แอบมีความเซ้กซี่อยู่ในตัว ที่น่าชื่นชมคือการเต้นบัลเลต์ของเธอ ที่ต้องทำให้เชื่อว่าตัวซูซี่มีความสามารถด้านนี้ ซึ่งเธอก็ทำออกมาให้เราเชื่อได้จริงๆ  

Suspiria อาจไม่ใช่หนังสยองขวัญที่ดูง่ายนัก ด้วยภาษาการสื่อสารของผู้กำกับที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่มีชั่นเชิง แต่หากใครที่เคยดูต้นฉบับจะสามารถเดาทิศทางของหนังได้ไม่ยาก แม้ว่ากว่า 60-70% จะต่างจากต้นฉบับโดยสิ้นเชิงก็ตาม แต่ถึงแม้ว่าหนังจะออกมาอาร์ตแค่ไหนก็ตามก็ต้องยอมรับว่าความสยอง ความระทึก ความโหดของเวอร์ชั่นนี้สามารถทำออกมาได้หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม ถึงแม้ว่าผลลงเอยของหนังเรื่องนี้ จะถูกคนดูแบ่งเป็นสองฝ่าย สองเสียง แต่Suspiria ก็กลายเป็นหนังสยองขวัญอีกเรื่องที่น่าจดจำของปีนี้ และจะถูกพูดถึงไปอีกนาน ไม่แพ้ต้นฉบับของมัน


สามารถเข้าไปติดตามข่าวสาร รีวิว ของวงการหนังได้ที่  https://www.facebook.com/shuckmovie/

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณคลิปวีดีโอจาก :  https://www.youtube.com/

แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ